วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

โรคข้อสะโพกเสื่อม

โรคข้อสะโพกเสื่อม ( Hip Dysplasia )

เป็นโรคกระดูกที่พบได้มากในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ( Giant and large breed ) โดยพบมากถึง 1 ใน 3 ของโรคกระดูกทั้งหมาโดยโรคนี้จะมีพัฒนาการในช่วงที่มีการเจริญเ ติบโตของกระดูกจึงอาจพบได้ตั้งแต่ 4-12 เดือน


สาเหตุและปัจจัยโน้มนำ
1. กรรมพันธุ์
กรรมพันธุ์มักเป็นสาเหตุเริ่มแรกของโรคและมักจะเกิดร่วมก ับปัจจัยอื่นๆ ทำให้ความรุนแรงมากขึ้นพบว่าลูกสุนัขที่เกิ ดจากพ่อ-แม่ที่ไม่แสดงอาการของโรคอาจป่วยด้วยโรคนี้ได้ส่วนลูกส ุนัขที่เกิดจากพ่อ-แม่ที่ป่วยด้วยโรคข้อสะโพกเสื่อมจะมีเพียง 7% เท่านั้นที่ปกติ
2. โภชนาการ
การให้อาหารเต็มที่ตลอดเวลาจะทำให้มีโอกาสเกิดโรคสูงควรใ ห้ปริมาณอาหารเพียง 60-70% ของปริมาณอาหารที่สุนัขกินได้
3. อัตราการเจริญเติบโตและขนาดตัวของสุนัข
ลูกสุนัขที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็และมีน้ำหนักตัวมากจ ะมีแนวโน้มเกิดปัญหาได้มากกว่า
4. สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู
กรณีที่ลูกสุนัขมีแนวโน้มเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมหากมีการอ อกกำลังกายที่มากจะทำให้แนวโน้มการเกิดโรคสูงขึ้น นอกจากนี้สภาพพื้นผิวที่สุนัขอยู่หากเรียบและลื่นก็จะทำให้สุนั ขที่มีปัญหาอยู่แสดงอาการได้เร็วและรุนแรงขึ้น 


อาการ
1. ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง
2. การลุกยืนหรือนั่งทำได้ช้าหรือลำบากมากกว่าปกติ
3. สุนัขไม่พยายามหรือไม่สามารถกระโดด ก้าวขึ้นหรือลงบันไดหรือรถยนต์ได้
4. บางครั้งอาจได้ยินเสียงคลิกที่บริเวณสะโพก เวลาสุนัขเดิน
5. ลักษณะการวิ่งจะใช้ 2 ขาหลังก้าวไปพร้อมๆ กัน
6. มีอาการเจ็บขาเด่นชัดมากขึ้นหลังการออกกำลังกายอาจแสดงอาการของ ขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง 
7. สุนัขจะยืนในลักษณะหลังงอ กล้ามเนื้อบริเวณขาหลังและสะโพกลีบเล็กลง บางครั้งสุนัขจะ ยืนลักษณะขาชิดแต่ปลายเท้าแบะออก 


การวินิจฉัยโรค
1. การถ่ายภาพรังสีเอ็กซ์เรย์
ใช้ประเมินความรุนแรงของโรคได้ในช่วงอายุ 12-18 เดือน สำหรับลูกสุนัขที่มีปัญหารุนแรงสามารถพบการเปลี่ยนแปลงของข้อต่ อได้เร็วกว่านี้
2. การตรวจข้อสะโพก 
ตรวจได้ตั้งแต่ลูกสุนัขอายุประมาณ 8 สัปดาห์ ซึ่งยังมองไม่เห็นความผิดปกติด้วยภาพถ่ายรังสี

การรักษา แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ
1. การรักษาทางยา
2. การรักษาทางการผ่าตัด

การรักษาทางยา
เป็นการรักษากรณีที่เริ่มมีอาการโดยการใช้ยาแก้ปวดลดอักเ สบ รวมทั้งการใช้สารเสริมอาหารพวกกลูโคซาไมด์และคอนดรอยติน ร่วมไปกับการควบคุมปริมาณอาหารที่เหมาะสม นอกจากนี้ควรให้สุนัขมีการออกกำลังกายที่เหมาะสม

การรักษาโดยการผ่าตัด มีจุดประสงค์เพื่อ
1. ลดอาการเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ
2. เพื่อให้สุนัขสามารถกลับมาใช้ขารับน้ำหนักได้
3. เพื่อลดการดำเนินไปของโรค
แต่อย่างไรก็ตามการผ่าตัดในกรณีที่ป่วยมานาน กล้ามเนื้อขาเริ่มลีบ จะให้ผลการรักษาที่ไม่ค่อยดีนัก


วิธีทำกายภาพกรณีข้อสะโพกเสื่อม
สัปดาห์ที่ 1
1. ใช้ถุงน้ำร้อนประคบบริเวณสะโพกนาน 15-20 นาที แล้วทำการยืด-หดขา 10-15 ครั้ง ทำ 2-3 ครั้งต่อวัน
2. จูงสุนัขเดินนาน 10-20 นาที อย่างน้อย 2 ครั้งและไม่ควรเกิน 3 ครั้งต่อวัน
3. สังเกตุการตอบสนองของสุนัขโดยไม่ให้ยาใดๆ
4. ถ้าสุนัขมีอาการเจ็บบริเวณข้อ ให้ลดกิจกรรมต่างๆลง 50% และให้ยาลดอาการปวดก่อนทำกายถาพบำบัด 30-60 นาที
5. พิจารณาประคบเย็นบริเวณข้อสะโพกหลังการทำกายภาพบำบัด

สัปดาห์ที่ 2-4
1. ใช้ถุงน้ำร้อนประคบบริเวณสะโพกนาน 15-20นาที
2. ยืด-หดขาและเพิ่มเวลาการเดิน
3. เริ่มให้สุนัขเดินในทางลาดชัน ขึ้นหรือลงบันได
4. เริ่มให้สุนัขลุกและนั่ง 2 ครั้งต่อวัน
5. ให้ว่ายน้ำ 3-5 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และให้เพิ่มระยะเวลา หากสุนัขมีการตอบสนองที่ดีขึ้น

สัปดาห์ที่ 5-12 
1. ใช้ถุงน้ำร้อนประคบบริเวณสะโพกนาน 15-20 นาที
2. ยืด-หดขา และจูงเดิน
3. เริ่มให้สุนัขวิ่งเหยาะและเล่นนาน 20-30 นาที 1-2 ครั้งต่อวัน
4. ให้ว่ายน้ำนาน 10 นาที 3 ครั้งต่อวัน



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
***ข้อมูลทางวิชาการจาก โรงพยาบาลสัตว์สุวรรณชาด***
http://www.mylovegolden.net/webboard/viewtopic.php?f=11&t=260

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

โกลเด้นน้อยๆของพี่รถถัง กับน้องไอติม -ปิดการขาย-

ลูกของพี่รถถังกับน้องไอติม

เกิดวันที่ 26 กุมภาพันธ์

ทั้งหมด 6 ตัว ผู้ 2 เมีย 4 

ราคา 3000-3500 บาท 

สนใจติดต่อครูเล็ก 083-5001114




































วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

10 คำถามก่อนตัดสินใจเลี้ยงสุนัข





(จงซื่อสัตย์ต่อตนเองในการตอบนะคะ และคิดให้ดีๆ ก่อนที่จะตอบ)

การเลือกสุนัขถือเปนพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธที่เต ิมเต็มและยาวนานระหว่างคุณและสุนัขของคุณอย่างน ้อยๆ ก็ต้อง 10 ปีขึ้นไป แต่ว่าก่อนที่คุณจะรับหรือซื้อสุนัขมาเลี้ยงโปรดจงถา มตัวเองว่าอะไรคือแรงจูงใจที่จะนำสุนัขเข้ามาในชีวิต ของคุณ ไม่จำเป็น ต้องให้ใครมาช่วยคุณคิด แตคุณต้องซื่อสัตยกับตัวเองอยางมากที่สุด เพราะวาคุณไมสามารถหลอกสุนัขได้ คุณต้องรูตัวเองก่อนที่จะรู้จักสุนัขของคุณ ก่อนที่คุณตัดสินใจจะเป็นเจ้าของสุนัข 

1.ฉันตั้งใจมั่นจะพาสุนัขไปเดินอยางน้อยชั่วโมงครึ่ง ทุกวัน ใช่หรือไม่ 
(หรือ ฉันจะแค่ปล่อยสุนัขให้ไปอยู่ที่สนามหลังบ้านและหาเหต ุผลเข้าข้างตัวเอง ว่า 
สุนัขได้ “ออกกกำลังกายนอกบาน” อย่างเต็มที่แล้ว ใช่หรือไม่)

2.ฉันตั้งใจมั่นที่จะเรียนรูวิธีที่จะกลายเปนจ่าฝูงท ี่สุขุมมั่นคงให้กับสุนัขของฉัน ใชหรือไม่ 
(หรือ ฉันจะยอมตามใจสุนัขทุกเรื่อง เพราะทำได้ง่ายกว่า ใช่หรือไม่)

3.ฉันตั้งใจมั่นจะกำหนดกฎระเบียบ ขอบเขต และขอจำกัดที่ชัดเจนในบ้านของฉัน ใช่หรือไม่
(หรือ ฉันจะปลอยใหสุนัขของฉันทำอะไรก็ได หรือเมื่อไรก็ไดที่สุนัขตองการ ใชหรือไม)

4.ฉันตั้งใจมั่นจะจัดหาอาหารและน้ำให้กับสุนัขของฉัน เป็นประจำ ใช่หรือไม่ 
(หรือ ฉันจะใหอาหารเฉพาะเวลาที่ฉันจำได ใชหรือไม)

5.ฉันตั้งใจมั่นว่าจะให้ความรักเฉพาะเวลาที่เหมาะสมเ ท่านั้น และเมื่อสุนัขอยูในภาวะที่สงบยอมจำนน ใช่หรือไม่ 
(หรือ ฉันจะกอดและจูบสุนัขเมื่อเกิดความกลัวหรือกาวรา ว หรือเมื่อเวลาที่ฉันอยากแสดงความรัก ใชหรือไม)

6.ฉันตั้งใจมั่นจะพาสุนัขไปหาสัตวแพทยเป็นประจำสม่ำเ สมอ ทำให้มั่นใจว่าสุนัขจะได้ทำหมันและตอน สุนัขจะได้ 
รับการตรวจสุขภาพ และได้รับการฉีดยาที่เหมาะสม จำเป็น ใช่หรือไม่ 
(หรือวาฉันจะพาสุนัขไปหาหมอเฉพาะเวลาที่ปวยหรือไดรับ บาดเจ็บ ใชหรือไม)

7.ฉันต้องทำให้มั่นใจว่า สุนัขของฉันชอบเขาสังคม และ/หรือรับ การฝึกอย่างเหมาะสม ดังนั้นสุนัขจะไม่เป็น 
อันตรายกับสัตว อื่นหรือผู้คน ใช่หรือไม่
(หรือ ฉันไดแตหวังวาสุนัขจะทำตัวดีและคอยเตือนผูคนใหถอยออก หางจากสุนัขของฉัน ใชหรือไม)

8.ฉันเต็มใจจะเก็บอุจจาระหลังจากที่สุนัขถ่ายทุกครั้ ง เมื่อพาสุนัขไปเดิน ใช่หรือไม่
(หรือ ฉันคิดวาอุจจาระสุนัขของฉัน ควรเปนภาระของคนอื่นที่ตองเก็บแทน ใชหรือไม)

9.ฉันเต็มใจจะเรียนรูจิตวิทยาสุนัขในเรื่องทั่วๆ ไป และความต้องการที่เฉพาะเจาะจงในสายพันธุของสุนัขแบบล งใน
รายละเอียด ใช่หรือไม่
(หรือ ว่าฉันเพียงแค่ทำไปตามสัญชาตญาณ ใช่หรือไม่)

10.ฉันเต็มใจที่จะเตรียมเงินไว้บางส่วน เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องเรียกหาผู้เชี่ยวชาญในการปรับพ ฤติกรรม หรือต้องรีบไป
หาสัตวแพทย์กับการรักษาแบบฉุกเฉิน ใช่หรือไม่
(หรือ สุนัขจะได้หรือไม ก็ขึ้นอยูกับสิ่งที่ฉันสามารถจะหาให้ได้ในขณะนั ้น ใช่หรือไม่)

ขอแนะนำวาคุณควร ตอบ “ใช่” กับสวนแรกของคำถามที่สำคัญเหลานี้ทุกๆ ขอ 
และตอบวา “ไม่” กับสวนของคำถามที่อยูในวงเล็บทุกข้อ 




 " คุณสอบผ่านหรือไม่ครับ? ตอบใช่และไม่ครบทุกข้อหรือป่าว 
ถ้าหากวาคุณสอบผ่าน ผมยินดีดวยนะครับ คุณก็พรอมที่จะมีสุนัข

แต่ถ้าไม่ คุณอาจจะต้องคิดทบทวนใหม่ ในสัตว์ที่จะซื้อหรือรับมาเลี้ยง 
คุณอาจจะเลี้ยงแมวแทนสุนัข หรือรอให้คุณมีความพร้อมในเรื่องการรับผิดชอบมากกว่านี้
แล้วค่อยมาตอบคำถามทั้ง 10 ข้อของผม ซีซาร์ มิลลาน...นักปรับพฤติกรรมสุนัข อีกครั้ง "






--ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือของซีซาร์ มิลลาน คู่มือสุนัขสำหรับคนที่รักสุนัขตัวจริง--